เครียดได้ก็หายได้เช่นเดียวกัน

ถ้าหากกล่าวถึงความตึงเครียด ผู้คนจำนวนมากอาจจะนึกว่าเอาการเก่ามาเล้าใหม่อีกแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำอีกทางออกก็อาจจะอย่างเดิมๆตามหลักทฤษฎีคลายความเครียดอีกนั่นแหละ

โดยมากก็บิดาทราบแนวทางกันทั้งหมด แต่ว่าคุณเชื่อมั่นไหมว่าคุณทำเป็น
ในชีวิตทุกวันของผู้คนคงจะเหลีกไม่พ้นกับสภาวะเครียด ซึ่งในบางครั้งมันมิได้เกิดขึ้นฉับพลัน แต่ว่ามันซึมลึกจนถึงคุณเองก็ไม่รู้ตัว จะรู้สึกก็เมื่อมันส่งผลกับภาวะจิตใจของคุณและก็อาจมีผลให้การกระทำคุณแปรไปได้อัตโนมัติ
คุณเคยเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่า คิดเรื่องเล็กน้อยไม่ว่าจะเกิดเรื่องการเล่าเรียน งานการ ครอบครัว ความรัก สิ่งรอบข้างรวมถึงคนใกล้เคียงพวกเรานี่แหละก็เป็นตัวกระตุ้นหลักอันหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดที่สั่งสมโดยไม่รู้ตัวการฟังประเด็นต่างๆ
ความเคร่งเครียดนับว่าเป็นภาวการณ์ของอารมณ์ หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อจำต้องประสบพบเจอกับปัญหาต่างๆที่ทำให้มีความรู้สึกหนักใจ บีบบังคับ ขุนข้องหมองใจ หรือถูกบีบคั้นจนถึงทำให้มีความรู้สึกไม่สบายใจ ไม่สบอารมณ์ งงเต็ก หรือเศร้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่พวกเราชอบกำเนิดความตึงเครียดกันได้กล้วยๆดังเช่นว่า ออกมาจากบ้านพบรถติดไปดำเนินงานสาย นายจ้างดุ ลูกค้าโวยวาย รายได้น้อย กลุ่มนี้ฯลฯ ฉะนั้นจะมองเห็นได้ว่าทุกวัน เกือบจะเกือบจะทุกเมื่อ ล้วนแล้วแต่มีเหตุซึ่งสามารถทำให้พวกเรากำเนิดความตึงเครียดได้ทั้งมวล
ผู้ที่เครียดเป็นประจำจำเป็นต้องหันมาให้ความใส่ใจกับตัวเองมากเพิ่มขึ้น เพราะว่าสภาวะทางอารมณ์หรือความรู้สึกอันไม่พึงปรารถนานี้ เป็นตัวร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่ากลัว ดังสำนวนที่ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อจิตใจตกอับ ร่างกายจะแข็งแรงและก็สุขสบายได้เช่นไร
โดยเหตุนี้ จะมองเห็นได้ว่าเมื่อพวกเรามีความตึงเครียดเกิดขึ้นจะก่อให้จิตใจท้อแท้ งงเต็ก อารมณ์เสียแล้วก็อารมณ์เสียง่าย คิดอะไรไม่ออก แล้วก็จะขยายไปยังร่างกายนำมาซึ่งลักษณะของการปวดหัว เบื่อข้าว น้ำย่อยปฏิบัติงานเปลี่ยนไปจากปกติ อ่อนแรง นอนไม่หลับ ซึ่งจะมีผลกระทบถัดไปยังสังคม ทำให้สหายๆไม่ต้องการใกล้ ดำเนินการได้ไม่เต็มคุณภาพ มีการทะเลาะกันได้ง่าย สรุปแล้ว ความเคร่งเครียดที่เป็นเพียงแต่ภาวการณ์หนึ่งทางความนึกคิด บางทีอาจเปลี่ยนเป็นสิ่งอันตรายที่คนไม่ใช่น้อยจะต้องรีบปรับปรุง และก็หลีกลี้ให้ไกลโดยเร็ว
เริ่มจากการรู้เรื่องตัวเอง รับทราบได้ในทันทีว่าปัจจุบันนี้กำลังเครียดอยู่ไหม แล้วต่อจากนั้นเริ่มปรับแต่งความตึงเครียดด้วยการหาต้นสายปลายเหตุ แล้วมองโลกในแง่ดี เสมือนเหรียญที่มีสองด้าน ทดลองหยุดแล้วก็ใช้สติจับที่ปัญหา จะพบว่าตามที่จริงแล้ว ภายใต้วิกฤติพวกเราก็ยังเจอจังหวะดีๆอีกเยอะแยะ หรือปัญหาที่มองยุ่งยาก ทดลองปรับแก้ไปที่ละขั้น
น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความอุตสาหะทุกปัญหาย่อมจะต้องมีทางออกแน่นอนที่สำคัญอย่าอยู่กับปัญหานานๆควรจะหาเวลาไปบรรเทา ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง อย่างเช่น ไปทานอาหารนอกบ้านกับครอบครัว หาเวลาท่องเที่ยวบ้านนอก หรือกล้วยๆอย่างการภาวนา ตั้งใจ หายใจเข้าและก็หายใจออกลึกๆแล้วคุณจะทราบดีว่า “ความเคร่งเครียดนะหรอ ทำอะไรพวกเรามิได้หรอก”